griffon

แร้ง จากนกที่เหลือเฟือในไทย สุดท้ายกับกลายเป็นแค่ตำนาน

เมื่อพูดถึงนกที่หาอยากแล้ว ในประเทศไทยมีกฎหมายที่ช่วยในการคุ้มครองนกป่าที่หายาก สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธ์แล้วหลายชนิด แต่นกที่ไม่ว่าจะพูด จะเอ่ยถามกับใคร ทุกคนก็ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันและบอกว่ารู้จัก ก็คงหนีไม่พ้น “แร้ง” แร้งถือเป็นนกหายากในปัจจุบัน ที่มีลักษณะรูปร่างที่อัปลักษณ์ น่าเกียจ ทั้งยังกินซากสัตว์เป็นอาหาร รวมทั้งศพของมนุษย์ ที่ไม่มีใครได้พบเห็นในประเทศไทยอีกแล้ว ถ้าหากย้อนไปเมื่อ 100 ปีก่อน การดำเนินชีวิตของมนุษย์ยังไม่มีความเจริญมากนัก บ้านเมืองในประเทศเต็มไปด้วยผืนป่าใบเขียว ภูมิปัญญาชาวบ้านยังไม่มีการพัฒนาเทียบเท่ากับปัจจุบัน ทำให้ซากสัตว์ ซากศพ ถูกเก็บไว้อย่างเกลื่อนกลาดที่ป่าช้า ซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารของแร้งอย่างดีและมีอย่างเหลือเฟือ ทำให้ในสมัยก่อนแร้งเป็นนกที่พบเห็นได้ง่ายและมีมากมาย แต่ด้วยยุคสมัยเริ่มมีการพัฒนามากขึ้น คนไทยเริ่มนำศพมาทำพิธีอย่างถูกวิธี การเผาทำลายศพ ทำให้แร้งไม่มีแหล่งอาหารอย่างที่เคย ทั้งมนุษย์ยังได้ใช้ยาเบื่อสำหรับหนูและสุนัข ทำให้แร้งที่ไปกินซากหนูหรือสุนัขพวกนั้น ได้รับพิษยาตามไปด้วย จนตายในที่สุด เหตุการณ์นี้ทำให้แร้งตายมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แร้งบางตัวต้องหนีตายไปป่า เพราะถือเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทุกชนิด แต่ป่าก็ไม่ได้ปลอดภัยสำหรับพวกมัน นายพรานมักนำยาเบื่อมาป้ายให้กับเก้งกวางเพื่อเป็นการล้อเสือให้มากินศพ เพื่อที่จะไม่ต้องเสียกระสุนฆ่าเสือจนเกิดความเสียหายต่อหนังเสือให้เสียราคา แต่ไหนเล่ากับกลายเป็นแร้งที่ต้องเสียท่าทีกับนายพรานจนต้องเสียชีวิตเข้าไปอีก จนสุดท้าย ปัจจุบันนี้แร้งกลายเป็นนกในตำนานที่มีเพียงชื่อและรูปกายที่หลายคนพอนึกออก และถือเป็นนกที่สร้างความหลอนให้แก่คนไทยชนิดหนึ่ง เพราะมันมักกัดจิกทุกศพจนสภาพศพนั้นเละเกินกว่าที่จะรับได้ ซึ่งต้องขอขอบคุณ http://www.sbobetonline24.com ที่แชร์ข้อมูลดีๆ แบบนี้

Pycnonotus-jocosus-030910-05

รู้หรือไม่ว่านกกรงหัวจุกนั้นถือว่าเป็นสัตว์ปีกเศรษฐกิจเหมือนกัน

ถ้าถามถึงเกี่ยวกับพวกสัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่อยู่ในธรรมชาติหรืออยู่ในป่าดิบชื้นหรือสถานที่ป่าทึบนั้นก็ถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่หายากและควรคู่ที่จะอนุรักษ์เอาไว้นั้นเองดังนั้นในวันนี้นั้นเราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับนกสัตว์ปีกตัวน้อยที่มีราคาแพงมากและถือว่ากำลังเป็นที่นิยมกันมากเลยในตอนนี้และถือได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีราคาแพงถึงหลักล้านกันเลยทีเดียวนั่นก็คือเจ้านกกรงหัวจุกนั่นเองถามว่าเจ้านกกรงหัวจุกนั้นมีต้นกำเนิดจากภาคไหนมากที่สุดนั้นก็คือภาคใต้และก็ได้ขยายอยู่ทั่วๆไปในป่าและที่เจ้านกตัวนี้นั้นได้เป็นสัตว์เศรษฐกิจก็เพราะว่าด้วยความสวยงามของมันนั้นทำให้ทุกๆคนนั้นมีความสนใจและสวยงามของมันเองอิกด้วย ด้วยจุดเด่นของมันคือส่วนบริเวณหัวของมันนั้นจะตั่งแหลมและมีสีแดงและแก้มของมันนั้นก็เป็นจุดสีแดงหนึ่งจุดและมันก็ยังมีเสียงขันที่ไพเราะมากและนั้นก็คือจุดกำเนิดของคำที่ว่านกเงินล้านเพราะว่าคนนั้นให้คนสนใจกันอย่างมากเลยทำให้มีการจัดประกวดการแข่งขันเสียงร้องของมันนั้นเองเพื่อชิงเงินรางวัลนั่นเองและมีเงินรางวัลสำหรับนกที่มีเสียงไพเราะเป็นหลักแสนหลักร้านและนกตัวไหนที่ได้รางวัลที่หนึ่งบ่อยๆนั้นราคาค่าตัวของนกตัวนี้นั้นก็เป็นหลักล้านได้อิกเหมือนกันนั่นเองอิกด้วยดังนั้นเจ้านกตัวนี้นั้นถึงได้ถูกพูดถึงกันหนาหูมากและทำให้ตอนนี้นั้นมีคนที่หันมาเลี้ยงเจ้านกตัวนี้นั้นเพื่อความสวยของเป็นอย่างมากอิกด้วยและนี่ก็คือต้นกำเนิดของคำที่ว่านกกรงหัวจุกนั้นถือว่าเป็นสัตว์ปีกเศรษฐกิจนั่นเอง  

indian-blue-peacock

สัตว์รักอิสระจะอยู่เป็นคู่เมื่อผสมพันธ์นกยูงสัตว์ปีกที่มีความสวยงาม

ถ้าถามถึงหรือพูดถึงเกี่ยวกับพวกสัตว์แล้วก็นั้นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้วพร้อมกับมนุษย์เรานั้นเองตั่งแต่สมัยตั่งแต่หลายพันปีมาแล้วนั่นเองและวันนี้นั้นสิ่งที่เราจะนำเอามาพูดคุยหรือนำเอามาพูดถึงกันนั้นก็คือสัตว์ปีกชนิดสองขาที่มีความสดสวยงดงามอิกหนึ่งชนิดจุดเด่นของมันก็คือมีขนที่ยาวและสวยงามเป็นจุดเด่นและชอบอยู่คนเดียวนั้นก็คือนกยูงหรือที่เรียกกันว่าพญานกยูงและที่เรานำเอาเรื่องของสัตว์ปีกตัวนี้นั้นมาพูดคุยก็เพราะว่าหนึ่งเลยด้วยความสวยงามของมันแล้วมันยังสามารถนำเอามาเลี่ยงดูได้อิกด้วยและขนของมันนั้นสามารถนำเอามาทำเป็นเครื่องประดำหรือของตกแต่งให้สวยสดงดงามได้อิกด้วยและยังสามารถทำไว้ประดับไว้กับของบูชาศักดิ์สิทธิ์ได้อิกด้วยหนึ่งเลยที่ขนของนกยูงนั้นมีราคาก็เพราะว่ามันไม่ได้มีกันมาง่ายๆกว่าจะยาวได้ขนาดนี้ต้องใช้ระยะเวลาอย่างมากเราต้องรอจนกว่าขนของมันจะหลุดร่วงเองถึงจะนำเอามาทำเป็นเครื่องประดำแจกันหรือเครื่องประดับอื่นได้อิกเช่นไว้ใช้ติดแต่งเครื่องดนตรีไทยจำเครื่องดีดสีตีเป่านั้นเองและมันยังถือว่าเป็นสัตว์แห่งการอนุรักษ์อิกด้วยเพราะว่ามันกำลังจะไม่ค่อยผสมพันธุ์เพราะว่ามันนั้นป็นสัตว์รักอิสละที่รักสันโดดอย่างมากจะอยู่เป็นคู่ก็ต่อเมื่อมันจะถึงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้นล่ะจะออกลูกมานั้นไม่กี่ตัวไม่เกินสามถึงสี่ตัวระยะเวลาเวลาในการอายุไขของนกยูงนั้นอยู่ได้ไม่เกินสิบปีนั่นเองดังนั้นจึงได้มีการจัดการรณรงค์ให้มีการสืบสารและดูแลเจ้าสัตว์ตัวนี้นั้นเป็นอย่างดีและนี่ก็คือเอกลักษณ์ของสัตว์ปีกตัวนี้

tan

สัตว์ที่คล้ายต่อผึ้งที่มีพิษเป็นอันดับสองของสัตว์ปีกจำพวกตัวเล็ก

ถ้าถามว่าสัตว์อะไรที่อยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่คณะกันเยอะๆนั้นก็เห็นจะมีไม่กี่ชนิดหรือกี่อย่างนั้นเองที่คิดเป็นพวกสัตว์จำพวกตัวเล็กๆนั้นก็จะมีผึ้งต่อแตนและตอนนี้นั้นเราจะพูดคุยพูดถึงกันในตอนนี้นั้นก็คือแตนสัตว์เล็กที่สุดในจำพวกสัตว์ปีกและอาศัยอยู่กันเป็นฝูงเป็นรังอยู่ในป่าลึกๆที่เงียบใกล้ลำธารแม่น้ำและอาหารที่เจ้าพวกแตนนั้นชอบกินนั้นก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากเกสรดอกไม้หรือพวกดอกไม้ที่มีความหวนๆนั้นเองแต่ตอนนั้นมันไม่ได้มีความชอบพวกเกสรจากดอกไม้มักเท่าไหร่เหมือนผึ้ง ผึ้งนั้นต้องการความหวานๆมากๆเลยทำให้ต้องหาจากดอกไม้แต่แตนนั้นไม่ได้มีความชอบแบบนี้มากสักเท่าไหร่เลยทำให้อาหารชนิดนี้นั้นไม่ได้มีความโปรดของแตนมากสักเท่าไหร่ และรู้หรือไม่ว่าแตนนั้นถ้าหากมีเวลามันโกธรหรือโมโหนั้นมันอาจที่จะรุมต่อยคนที่ทำให้มีอันตรายเข้ามาหาตัวมันเองอิกด้วยและสิ่งที่ทำให้พวกมันนั้นโมโหนั้นก็คือสิ่งที่ดังๆแจะทำให้มันนั้นไล่ต่อยสิ่งที่อยู่รอบๆข้างไปเรื่อยถ้าอะไรที่เสียงดังๆมันเหมือนว่าเป็นสิ่งอันตรายที่ที่จากประวัติการสำรวจของประเทศไทยนั้นอัตราการเสียชีวิตของคนที่ถูกเจ้าสัตว์ปีกตัวเล็กแตนต่อยนี้นั้นมากเยอะถึงปีละหนึ่งพันกว่าคนและที่สำคัญแตนยังไม่ได้มีนิสัยดุร้ายหรือนิสัยก่อนกวนหาเรื่องคนอื่นเป็นสัตว์ที่รักสงบและรักสันติและที่พูดมาทั้งหมดนั้นก็คือหน้าที่การเป็นอยู่และการอยู่อาศัยและนี่ก็คือแปลกใหม่และความหน้าสนใจของเจ้าตัวทำร้ายล้างพลังอันตรายอันดับต้นของเมืองไทยเลยก็ว่าได้กับเจ้าตอนตัวน้อย

tor

ต่อ ถึงตัวจะเล็กต่อพิษของมันสามารถล้มช้างได้เลย

ถ้าถามถึงเกี่ยวกับสัตว์ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีปีกแล้วตัวเล็กอันดับต้นๆของโลกนั้นแล้วมีพิษที่สามารถต่อยคนหรือต่อยสัตว์แล้วนั้นเกิดอันตรายได้ๆนั้นก็จะมีไม่กี่อย่างนั่นเองแต่ที่เราจะเอามาพูดคุยพูดถึงกันในตอนนี้นั้นก็คือต่อสัตว์สัตว์ปีกที่เป็นสัตว์จำพวกเดียวกับผึ่งต่อแตนที่มีพิษต่อยคนแล้วตายได้เลยนั่นเองอิกด้วย แต่ต่อนั้นจะไม่เหมือนผึ้งเนื่องด้วยการอาศัยหรือการอยู่ของผึ้งกับต่อนั้นจะแตกต่างกันผึ้งนั้นจะอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ๆจำนวนเยอะๆพันร้อยเป็นพันตัวขึ้นไปแต่ต่อนั้นจะอยู่กันไม่กี่ร้อยตัวเพราะว่าการอยู่ของต่อนั้นถ้าหากมีการผสมนั้นตัวที่ทำการผสมพันธุ์นั้นอาจตายได้เลยถ้าไม่แข็งแรงพอเลยว่าได้ว่าต่อนั้นถ้าหากมีการผสมพันธุ์นั้นจะมีตัวใหม่ขึ้นมาอิกตัวเลยก็ว่าได้แล้วเป็นสัตว์ปีกจำพวกตัวเล็กๆที่มีพิษสามารถฆ่าช้างได้เลยดังนั้นคนที่เสียชีวิตให้กับสัตว์หน้าหลัวและอันตรายตัวนี้นั้นก็มีมากมายไม่ใช่น้อยดังนั้นวันนี้นั้นเราจะมาพูดคุยพูดถึงเกี่ยวกับความหน้ากลัวของต่อและการหลีกเลี่ยงของต่อกันการอาศัยของต่อนั้นเป็นการอาศัยแบบอยู่และทำรังอยู่บนต้นไม้ที่สูงๆและต้นไม้ที่มีสารหาหารตามที่ต่อต้องการหรือต้นไม้ลับตาคนนั้นเองและตอนนี่นั้นคนไทยส่วนใหญ่นั้นมักที่จะสะสมของแปลกๆเช่นรังต่อรังแตนรังผึงเลยทำให้รังต่อนั้นต้องแอบหนีมาสร้างกันในถ้ำลึกๆกันหรือไม่ก็ในป่าที่เงียบๆและก็ที่เจอบ่อยมากสุดในตอนนี้นั้นต่อมาสร้างรังอยู่ที่ชายคาบ้านของคนที่สร้างอยู่และนี่ก็คืออิกหนึ่งตัวเลือกของที่ว่าทำไมต่อถึงมาสร้างรังในบ้านคนเพราะว่าคนเราไปกวนสัตว์มันก่อนเลยทำให้ไม่มีที่อยู่นั้นเอง    

honney

ผึ้งสัตว์ปีกที่มีทั้งคุณและโทษ

ถ้าถามถึงเกี่ยวกับสัตว์ที่พูดได้ว่าให้ทั้งประโยชน์และโทษของมันได้ภายในตัวมันเองได้อิกด้วยนั้นก็ไม่ใช้สัตว์ที่ตัวใหญ่อะไรอิกด้วยนั้นก็เป็นเพียงสัตว์ปีกตัวเล็กๆนั้นเองนั้นก็คือผึ้งสัตว์ปีกขนาดที่เล็กมากในตอนนี้นั้นเองและในตอนนี้นั้นรังผึ้งของมันหรือน้ำผึ้งของมันนั้นยังสามารถนำเอามาทำยาหรืออาหารหรือสิ่งของอื่นได้อิกมากมายอิกด้วยไม่ใช่ว่าแค่ว่าสบู่หรืออะไรตามแต่ดังนั้นวันนี้นั้นเราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องผึ้งกันว่าก่อนที่จะมีน้ำผึ้งมาได้นั้นหรือทำมันผึ้งได้มานั้นต้องทำอย่างไรในหนึ่งรังผึ้งที่เรารู้ๆกันนั้นต้องมีพญาผึ้งและพญาผึ้งนั้นหน้าที่ของมันก็คือคอยดูแลและรักษาไข่ของผึ้งตัวอื่นไว้และส่วนหน้าที่ของผึ่งตัวอื่นๆนั้นก็ต้องออกไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเช่นออกไปหาน้ำหวานหรือน้ำผึ้งเพื่อมาใหญ่นางพญาอิกด้วยนั้นเองและต่อมานั้นคนไทยส่วนใหญ่นั้นเห็นผึ้งตัวสัตว์ปักขนาดเล็กตัวนี้นั้นเป็นสัตว์เศรษฐกิจขนาดกลางเลยก็ว่าได้เพราะว่ามีการนำเอาผึ้งนั้นมาเพาะเลี้ยงกันอย่างมากหลายโดยที่ไม่เกรงกลัวอันตายจากตัวมันเองอิกด้วยและในตอนนี้นั้นคนเรานั้นยังสามารถกำหนดพื้นที่และระยะเวลาในการเก็บน้ำผึ้งมาเพื่อจำหน่ายให้เราอิกด้วยและนี่ก็คืออิกหนึ่งทางเลือกของการทำเงินที่ดีที่สุดในตอนนั้นเองและตอนนี้นั้นไม่ใช่ว่าสัตว์ปีกตัวนี้นั้นจะเลี้ยงกันได้ง่ายๆเพราะว่ามันอันตรายมากถ้าหากมันได้ต่อยใครไปหรือหากใครที่แพ้ต่อพิษของผึ้งแล้วล่ะก็อาจที่จะเสียชีวิตเลยก็ว่าได้ดังนั้นหากจะเลี้ยงหรืออะไรกับสิ่งนี่นั้นควรที่จะศึกษาให้ดีก่อนที่จะลงมือทำหรือเลี้ยงมันลงไปก่อนไม่งั้นอาจเกิดอันตรายได้อิกด้วยและนี่ก็คือหน้าที่ละบทบาลหน้าที่สำคัญการเลี้ยงผึ้งนั่นเอง

crow

ความเชื่อผิดๆของนกที่มีชื่อว่า อีกา

ในความเชื่อของคนไทยนั้นเมื่อพูดถึงอีกาเชื่อกันว่าหลายคนคงจะไม่ชอบมันหรือบางคนถึงกับออกแนวรังเกียจมันด้วยซ้ำ เพราะอีกานั้นเชื่อกันว่ามันเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายและความอัปมงคลในสายตาของคนทั่วไป มันถูกมองว่าเป็นตัวร้ายมาตลอด และในหลายพื้นที่ในประเทศไทยก็ถือว่ามันมาพร้อมกับความโชคร้ายหรือรางร้ายหรือเหตุร้ายต่างๆ เมื่อไหร่ที่อีกามันปรากฏตัวให้ผู้คนเห็นได้โดยทั่วไป นั่นแปลว่าจะต้องมีเหตุร้ายเกิดขึ้นแน่นอน อาจจะเป็นเพราะว่ามันมีลักษณะที่ตัวของมันมีสีดำไปทั้งตัว และสีดำของมันบ่งบอกถึงความน่ากลัวและไม่ปลอดภัย ลักษณะของอีกานั้นมันมีขนที่ดำสนิทปกคลุมไปทั้งตัว มันยังชอบอยู่ตามที่โล่งหรือใกล้กับชุมชน นิสัยของมันตามปกติแล้วเรามักพบอีกาเกาะหรือบินตามกันเป็นคู่ๆ ชอบบินอยู่สูงๆ อีกามันมีนิสัยค่อนข้างก้าวร้าว และไม่ค่อยอยู่นิ่ง ถ้าไม้จิกคุ้ยอาหารก็จะไล่บินจิกตีกันอยู่ตลอดเวลา และมันยังชอบส่งเสียงร้อง “กา กา กา” อยู่เสมอ อีกาเป็นนกที่มีสายตาดีมาก มันจะออกไข่ครั้งละ 3-5 ฟอง ไข่ของเจ้าอีกานั้นมันจะมีสีเขียวแกมน้ำเงินมันจะมีระยะฟักไข่ 17-19 วันอีกยังจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของไทยอีกด้วย ในประเทศไทยเรานั้นจะพบอีกาได้บ่อยทั่วประเทศ จากที่ราบสูงไปจนถึงบนภูเขาสูง ทั้งตามทุ่งโล่งพื้นที่การเกษตรกรรม ป่าไม้ ป่าชายเลน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามชุมชนไม่ว่าจะเป็นชนบทหรือในเมืองก็สามารถพบอีกาได้ทั่วไป โดยทั่วไปเราอาจจะมีความเข้าใจผิดว่าอีกาเป็นนกขี้ขโมย แต่ถ้าหากเราวิเคราะห์จากเพลงกล่อมเด็กในสมัยก่อนก็จะทำให้เรารู้ว่าแท้จริงแล้วนกกาเหว่าต่างหากที่เป็นฝ่ายคาบไข่มาทิ้งไว้ในรังอีกา เนื่องจากธรรมชาติของนกกาเหว่าที่เลี้ยงลูกไม่เป็น มันจะเอาไข่ของตัวเองไปให้อีกาเลี้ยง โดยฝ่ายนกกาเหว่าตัวผู้จะเป็นฝ่ายหลอกล่อให้พ่อแม่กาออกมาจากรัง แม่กาเหว่าก็จะอาศัยช่วงทีเผลอคาบเอาไข่ของตัวเองไปวางปนกับไข่ของกา เพราะว่าไข่ของมันคล้ายคลึงกันมาก ซึ่งถือว่าอีกาเป็นนกที่กาเหว่าให้ฟักไข่แทนมากที่สุด อีกาจึงเสียเปรียบมากกว่าจะได้เปรียบด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามอีกาก็เป็นนกที่มีความฉลาดมาก มีสายตาที่ดีมากและมันยังสามารถเลียนเสียงต่างๆได้ดีอีกด้วย

Buterfly

กว่าจะมาเป็นผีเสื้อที่สวยงามและมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหล

เราทุกคนต่างก็เคยพบเห็นผีเสื้อสีสันสดใสสวยงามด้วยกันทั้งนั้น มันมีปีก 2 คู่ที่มีลวดลาย สีสันสวยงาม และปีกของมันมีลวดลายที่แตกต่างกันหลากสีน่าชมยิ่งนัก เจ้าผีเสื้อจะบินร่อนไปมาให้เราเห็นอยู่ทั่วไป ตามบริเวณบ้าน ตามพุ่มไม้ตามป่าหญ้า ป่าเขา ริมลำธารที่มีความชุ่มชื้น ยิ่งถ้าริมลำธารมีดอกไม้ด้วยล่ะก็บริเวณนั้นก็จะมีผีเสื้อจำนวนมากให้เราได้พบเห็นกัน ผีเสื้อทุกชนิดมีวงจรชีวิตที่เริ่มจากระยะไข่ โดยทั่วไปจะเชื่อหรือไม่ว่าผีเสื้อตัวเมียนั้นมันจะวางไข่ประมาณ 100 ฟอง แต่มันจะไม่วางไข่ในบริเวณเดียวกันทั้งหมดโดยมันจะวางไข่ทีล่ะ 1-2 ฟองเท่านั้น และมันจะวางไข่บนใบพืชอาหาร พอมันพ้นจากระยะไข่มันก็จะเข้าสู่ระยะที่เป็นหนอน จากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ในระยะดักแด้ แล้วมันจะเริ่มสร้างใย ซึ่งใยนั้นสร้างจากต่อมสร้างใยที่อยู่ภายในปากของตัวหนอนเองและใยนี้เองจะทำหน้าที่ยึดตัวดักแด้ให้ติดกับต้นไม้ต้นพืช ภายในตัวดักแด้มันจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะเตรียมตัวกลายเป็นผีเสื้อ ปากเดิมของมันที่มีลักษณะกัดกินจะเริ่มเปลี่ยนไปเป็นลักษณะงวงยาว และส่วนที่เป็นอกก็จะเริ่มมีปีกยื่นออกมาจากลำตัว หัวของมันก็จะเริ่มเปลี่ยนไปจะมีหนวดยื่นออกมา ระยะที่เป็นดักแด้จะไม่มีการกินอาหาร แต่ภายในตัวของมันมีอาหารที่ได้สะสมมาตั้งแต่เป็นตัวหนอนแล้ว สีของดักแด้มักจะเป็นสีน้ำตาล เทา หรือเขียว เพื่อช่วยอำพรางตัวไม่ให้ศัตรูได้พบเห็น หลังจากนั้นดักแด้จะลอกคราบออกมาเป็นตัวผีเสื้อหรือที่เรียกว่าระยะตัวเต็มวัย ขณะที่มันลอกคราบนั้นมันจะดันตัวเองออกมาจากดักแด้ โดยมันจะดันหัวออกมาก่อน หลายคนคงสงสัยว่ามันจะกางปีกออกมาอย่างไร เมื่อผีเสื้อมันดันตัวออกมาได้มันจะห้อยตัวติดอยู่กับซากดักแด้ โดยทิ้งปีกให้อยู่ด้านล่าง มันจะอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกช่วยในการกางปีกของมันและจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการกางปีก ผีเสื้อตัวเต็มวัยจะไม่ลอกคราบหรือเพิ่มขนาดลำตัวอีก แต่ว่ามันจะทำหน้าที่ผสมพันธุ์และวางไข่และอาหารของมันก็คือน้ำหวานจากดอกไม้ต่างๆ เชื่อหรือไม่ว่าผีเสื้อมันมีอายุเพียงแค่10-20 วันเท่านั้นเอง ในประเทศไทยเราจะพบผีเสื้อได้ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆและตามข้างทางที่มีป่าหญ้า อย่างเช่นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประมาณช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ของทุกปี จะมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ นั่นก็คือ เทศกาลดูผีเสื้อ นักท่องเที่ยวนั้นสามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่รักในการถ่ายภาพจะเพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพเจ้าผีเสื้อแสนสวยเป็นอย่างมาก

Hornbill

นกเงือก เจ้านกรักเดียว ทำไมถึงมีคนกล่าวเช่นนั้น

นกเงือกเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ ส่วนปากบนมีโหนก สีขนมักมีสีดำ,ขาว มีขนตาที่ยาวงาม มีเสียงร้องที่ดัง ปีกกว้างใหญ่บินได้แข็งแรง และเวลามันบินจะโบกปีกช้าๆ อาหารหลักๆของมันก็คือผลไม้และมันยังกินสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็กๆเป็นอาหารเสริมอีกด้วย นกเงือกได้ชื่อว่าเป็นนกที่มีรักเดียว มีรักแท้และมันมีนิยายความรักที่น่าสนใจอย่างยิ่ง หลายคนประทับใจในเรื่องราวของมัน เพราะมันมีนิสัยผัวเดียวเมียเดียว กล่าวคือมันจะเที่ยวบินตามหารักแท้ โดยทางฝ่ายตัวผู้จะเที่ยวบินตามหาตัวเมียที่เป็นที่รัก เมื่อนกเงือกตัวผู้ได้พบกับนกเงือกตัวเมียที่มันคิดไว้แล้วว่านี่คือรักแท้ของมัน มันก็จะพยายามบินหาอาหารต่างๆมาให้ตัวเมีย หวังเพื่อจะได้ครองใจตัวเมีย เมื่อตัวเมียรับอาหารที่ตัวผู้เสนอให้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าตัวเมียตกลงปลงใจที่จะเป็นรักแท้ของตัวผู้แล้ว และนกเงือกมันก็มีลักษณะการทำรังที่แปลกไปจากนกตัวอื่นๆคือเมื่อถึงฤดูกาลทำรัง นกคู่ผัวเมียจะพากันหารังตามโพรงในต้นไม้ใหญ่ อย่างเช่นต้นยาง ที่อยู่ลับตาคน ตัวเมียเมื่อเข้าไปอยู่ในโพรง มันจะทำความสะอาดโพรงแล้วก็จะเริ่มปิดปากโพรงด้วยดินบ้าง เปลือกไม้บ้าง และตัวเมียจะขังตัวเองอยู่ในโพรงเพื่อกกไข่และผลัดขนเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ไข่ เมื่อลูกนกที่เกิดออกมาฝ่ายตัวผู้จะเป็นผู้ออกไปหาอาหารมาป้อนให้ถึงรัง แต่เมื่อนกเงือกตัวผู้ตายไป เนื่องจากการล่าหรือด้วยปัจจัยอื่นๆที่ทำให้มันตาย นกเงือกแม่ลูกที่อยู่ภายในรังก็จะอดอาหารเนื่องจากตัวเมียผลัดขนไม่สามารถออกไปหาอาหารได้ และมันก็จะอดอาหารจนตายลงอย่างช้าๆทั้งแม่และลูก เพราะทั้งคู่ต่างเฝ้ารอการกลับมาของนกเงือกตัวผู้ และนี่ก็เป็นที่มาของคำว่านกรักเดียว นกเงือกมีบทบาทในการกระจายพันธุ์ไม้ป่าในระบบนิเวศน์มาก และมีบทบาทเป็นสัตว์ผู้ล่าซึ่งเป็นการควบคุมประชากรของสัตว์ที่เป็นเหยื่อให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งจะก่อให้เกิดความสมดุลแก่ระบบนิเวศน์

penguins22

นกเพนกวินน่ารักคือสัตว์ปีกที่บินไม่ได้

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อนี้หรือเคยเห็นตามสวนสัตว์บ้างในทีวีบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าเจ้านกเพนกวินนั้นมันมาจากไหน มันบินได้หรือไม่ ในประเทศไทย เราจะพบเห็นนกเพนกวินได้ตามสวนสัตว์ต่างๆ อย่างเช่นที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ก็จะมีเจ้านกเพนกวินให้ได้ชมกัน เพนกวินนั้นมันมีถิ่นอาศัยอยู่ทางบริเวณซีกโลกทางใต้ มันเป็นนกที่บินไม่ได้ ลักษณะของนกเพนกวินนั้น มีขนสีดำที่ด้านหลัง และขนสีขาวที่ท้อง ซึ่งยังช่วยป้องกันการโดนล่าจากสัตว์นักล่าต่างๆเวลาว่ายน้ำ ปีกของนกเพนกวินมีลักษณะคล้ายครีบปลา แต่ว่ามันไม่สามารถใช้ปีกบินได้เหมือนกับนกทั่วๆไป และมันไม่สามารถหายใจในน้ำได้ แต่ว่ามันสามารถกลั้นหายใจในน้ำได้นานมากเมื่อมันอยู่ในน้ำ เท้าของเพนกวินนั้นมีลักษณะเป็นพังผืดเหมือนกีบเท้าของเป็ด ใช้สำหรับว่ายน้ำหรือดำน้ำ แต่เมื่อเวลามันเดินบนบก เพนกวินมันจะเดินตัวตรงแต่มันจะเดินได้อย่างช้าๆ เจ้านกเพนกวินนั้นมันออกลูกเป็นไข่ เมื่อตัวเมียมันออกลูกแล้วมันจะทิ้งให้ตัวผู้กกไข่ ตัวเมียจะเป็นฝ่ายออกไปหาอาหาร ซึ่งอาหารของมันได้แก่ ปลา,ครัสเตเซียน หรือหมึก เพนกวินทุกชนิดอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีอากาศหนาว สังเกตได้ว่าเวลาเราไปเที่ยวสวนสัตว์ เค้าจะมีจัดกิจกรรมการแสดงต่างๆของสัตว์หลากหลายชนิด และกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างหนึ่งนั้นก็คือ ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเค้าจะมีจัดแสดงการเดินโชว์ของนกเพนกวิน มันจะเดินออกมาอวดโฉมให้กับนักท่องเที่ยวได้ชมกันโดยมันจะเดินตามเส้นทางจากด้านในส่วนของการแสดง ออกมายังสระน้ำเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ให้อาหารอย่างใกล้ชิดและยังช่วยให้เจ้านกเพนกวินได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วย สร้างความเพลิดเพลินและความสนุกสนานให้กับผู้ชมได้ดีทีเดียว และด้วยความน่ารักและความแสนรู้ของมัน จึงทำให้มันเหมือนกับเป็นพระเอกในสวนสัตว์แห่งนี้เลยที่เดียว